hommali

ข้าวเป็นพืชอาหารหลักและการทำนาเป็นอาชีพหลักที่สำคัญของเกษตรกรไทย รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทย ได้มีนโยบายในการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวและรายได้ของชาวนา โดยจัดทำแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรเพื่อบริหารจัดการข้าวตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยวางแผนในการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดกำหนดเป้าหมายในการส่งเสริมการผลิตข้าวในปี 2560/61 จำนวนประมาณ 65.40 ล้านไร่ จำแนกเป็นกลุ่มข้าว 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ 25.24 ล้านไร่ ข้าวเหนียว 17.77 ล้านไร่ ข้าวหอมปทุมธานี 1.47 ล้านไร่ ข้าวเจ้า 20.62 ล้านไร่ และข้าวอื่นๆ (ข้าวอินทรีย์ ข้าวสี) 0.30 ล้านไร่ ข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นข้าวคุณภาพเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศไทย และมีพื้นที่เพาะปลูกมากที่สุด พบว่าปัจจุบันข้าวหอมมะลิมีคุณภาพลดลงซึ่งส่งผลกระทบกับการส่งออก ผลผลิตต่อไร่ข้าวหอมมะลิอยู่ในเกณฑ์ต่ำซึ่งมีปัจจัยหลายอย่างทั้งคุณภาพของดิน ปริมาณน้ำ เทคโนโลยี และสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี โดยปัญหาสำคัญที่พบในปัจจุบันก็คือการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าว (seed) คุณภาพดีสำหรับเพาะปลูก แต่ละปีต้องใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิสำหรับเพาะปลูกประมาณ 0.439 ล้านตัน ซึ่งมีหน่วยงานที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีไม่มากนักเนื่องจากข้าวหอมมะลิ ได้แก่พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และ กข15 เป็นข้าวไวต่อช่วงแสง สามารถปลูกได้เพียงปีละครั้ง มีต้นทุนในการผลิตและเก็บรักษาเพื่อรอการจำหน่ายค่อนข้างสูง ชาวนาจึงต้องใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่เก็บไว้ใช้เองต่อเนื่องหลายปีสำหรับเพาะปลูก ทำให้คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ข้าวลดลง มี

ปัญหาข้าวแดงและพันธุ์ปนส่งผลโดยตรงต่อผลผลิตและรายได้ที่เกษตรกรได้รับ และยังส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพข้าวหอมมะลิของไทย แม้ว่าในปีที่ผ่านมารัฐบาลได้สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดีแก่เกษตรกรตามโครงการส่งเสริมสนับสนุนการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี จำนวน 7,857 ตัน เกษตรกร 71,727 ราย ซึ่งยังไม่ครอบคลุมกับพื้นที่เพาะปลูกที่เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ ไม่มีคุณภาพ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรมการข้าวจึงเห็นสมควรส่งเสริมให้ชาวนาเปลี่ยนไปใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีจากแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เชื่อถือได้โดยชดเชยส่วนต่างราคาจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงและมีเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีราคาถูกใช้สำหรับเพาะปลูก ตลอดจนสามารถต่อยอดเพื่อพัฒนาชุมชนให้ผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองได้ในปีต่อไป


ข้าวที่ร่วมโครงการ ข้าวพันธุ์ กข15

- ชนิด: ข้าวหอมมะลิ ไวต่อช่วงแสง (นาปี)
- ความสูงต้นประมาณ 140 ซม.
- อายุเก็บเกี่ยว 10 พ.ย. ทนแล้งดีพอสมควร
- ผลผลิต 560 กก.ไร่ (สูงกว่า KDML 105)
- คุณภาพขัดสีดี หุงต้มนุ่ม มีกลิ่นหอม


โครงการส่งเสริมการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี

จากการติดตามประเมินผลการดำเนินโครงการปีที่ผ่านมาโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พบว่า 1) การผลิตข้าวของเกษตรกรมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเกษตรกรลดการใช้เมล็ดพันธุ์ลง แต่ได้ผลผลิตเฉลี่ย 372 กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโครงการเฉลี่ย 5 กิโลกรัมต่อไร่ และเกษตรกรได้ข้าวที่มีคุณภาพดีกว่ามาก โดยร้อยละ 33 ของปริมาณผลผลิตนำไปจำหน่ายได้ราคาเฉลี่ย 10,700 บาทต่อตัน สูงกว่านอกโครงการซึ่งได้ราคาเฉลี่ย 9,242 บาทต่อตัน (ณ เดือนธันวาคม 2559) 2) เกษตรกรร้อยละ 95 ของผู้ร่วมโครงการเก็บผลผลิตไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ใช้ในฤดูกาลถัดไปประมาณ 409 กิโลกรัมต่อครัวเรือน ปริมาณเมล็ดพันธุ์ 27,729 ตัน คิดเป็นมูลค่า 623.90 ล้านบาท โดยเกษตรกรไม่ต้องจ่ายเงินซื้อเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพสำหรับปลูกข้าวในฤดูกาลต่อไป  3) ผลทางเศรษฐกิจ โครงการก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจ เป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 278.17 ล้านบาท จากมูลค่าของผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจากก่อนมีโครงการ 2,241 ตัน มูลค่า 23.98 ล้านบาท จากการลดการใช้เมล็ดพันธุ์ลง 54.96 ล้านบาท รวมทั้งจากส่วนเพิ่มราคาเมล็ดพันธุ์ดี 4.50 บาทต่อกิโลกรัม มูลค่า 124.78 ล้านบาท และส่วนเพิ่มราคาข้าวคุณภาพดี 1,458 บาทต่อตัน มูลค่า 74.45 ล้านบาท   4) เกษตรกรร้อยละ 96 มีความพึงพอใจต่อคุณภาพเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับในระดับ “มาก” โดยเห็นว่า คุณภาพดีมาก อัตราการงอกสูง ต้นข้าวเจริญเติบโตดี สม่ำเสมอการผลิตข้าวของเกษตรกรมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

  1. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวหอมมะลิในพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพ
  2. เพื่อส่งเสริมให้ชาวนามีความรู้และสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิไว้ใช้เอง

แผนที่โครงการข้าวหอมมะลิดำเนินการใน 21 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บึงกาฬ บุรีรัมย์ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุบลราชธานี เชียงราย และพะเยา

  • เกษตรกรจำนวน 2,000 กลุ่มๆ ละ 30 ครัวเรือน รวม 60,000 ครัวเรือน
  • สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิราคาถูก กลุ่มละ 2,250 กิโลกรัม รวมเมล็ดพันธุ์ 4,500,000 กิโลกรัม
    (ตามพื้นที่เพาะปลูกอัตรา 15 กิโลกรัมต่อไร่ รายละไม่เกิน 5 ไร่)

มีนาคม 2560 – ตุลาคม 2560

  1. หลักเกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่และเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ
    - พื้นที่ดำเนินการโครงการฯ ในเขตพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิคุณภาพ 21 จังหวัด โดยใช้ข้อมูลจากผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีที่ผ่านมาประกอบในการคัดเลือกพื้นที่และเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ
    - พื้นที่ดำเนินงานไม่อยู่ในเขตอำเภอที่ตั้งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว และศูนย์วิจัยข้าว
    - เป็นพื้นที่อยู่ห่างไกลไม่สามารถเข้าถึงแหล่งผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี
    - เป็นพื้นที่ที่มีปัญหาด้านคุณภาพผลผลิตข้าวหอมมะลิ เช่น มีปัญหาข้าวแดง และพันธุ์ปน เป็นต้น
    - ชาวนาเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้เองต่อเนื่อง 3 ปีขึ้นไป
  2. กรมการข้าว จัดประชุมชี้แจงโครงการเจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวที่รับผิดชอบในพื้นที่ดำเนินงานโครงการ
  3. ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว จัดประชุมชี้แจงโครงการแก่คณะกรรมการคัดเลือกพื้นที่และเกษตรกร  
    เพื่อพิจารณาคัดเลือกพื้นที่และเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ คณะกรรมการฯ ประกอบด้วย
         1) เกษตรอำเภอ
         2) เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรประจำตำบล 
         3) เจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว
  4. ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวรวบรวมรายชื่อเกษตรกร ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการฯ จัดส่งรายชื่อและรายละเอียดความต้องการชนิดพันธุ์ ปริมาณ ระยะเวลา และสถานที่ส่งมอบ ให้กรมการข้าว
  5. กองเมล็ดพันธุ์ข้าวขออนุมัติจ่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวให้แก่เกษตรกรตามที่ได้รับแจ้งตามข้อ 4. และจัดส่งเมล็ดพันธุ์ให้กับเกษตรกรในพื้นที่
  6. คณะกรรมการคัดเลือกฯ โดยการประสานงานของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวจัดเตรียมเอกสาร
         การรับเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกรเซ็นรับ พร้อมชำระค่าเมล็ดพันธุ์ข้าวกิโลกรัมละ 10 บาท ให้กับเจ้าหน้าที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้รับมอบหมาย และออกใบเสร็จรับเงินให้แก่เกษตรกร
  7. รวบรวมปริมาณเมล็ดพันธุ์ที่จ่ายให้กับเกษตรกรและดำเนินการขออนุมัติเบิกเงินสมทบจากกรมการข้าวตามที่ได้รับจัดสรรจากสำนักงบประมาณส่วนที่เหลือกิโลกรัมละ 12 บาท เข้าบัญชีทุนหมุนเวียนเพื่อผลิตและขยายพันธุ์พืช
  8. การติดตามการดำเนินงาน/การให้คำแนะนำและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว
          - แต่งตั้งคณะกรรมการควบคุม กำกับ ติดตาม เพื่อควบคุมกำกับติดตามการดำเนินงานโครงการให้บรรลุเป้าหมายทั้งปริมาณและคุณภาพตามที่กำหนดไว้ คณะกรรมการฯ ประกอบด้วย
              1) ประธานกรรมการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จตามเขตพื้นที่
              2) เกษตรจังหวัดหรือเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัด
              3) ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว
         - จัดประชุมเกษตรกรให้ความรู้เกี่ยวกับการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้เอง และการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์เบื้องต้น
         - ติดตามให้คำแนะนำและถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง

1. ประชุมชี้แจงโครงการแก่เจ้าหน้าที่
2. ประชาสัมพันธ์โครงการ
3. ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกพื้นที่และเกษตรกร และคณะกรรมการควบคุมกำกับติดตามการดำเนินโครงการ
4. รวบรวมรายละเอียดความต้องการซื้อเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกรในโครงการ
5. จัดซื้อเมล็ดพันธุ์สมทบ การจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกร และจัดส่งให้แก่เกษตรกร
6. จัดประชุมเกษตรกรให้ความรู้การผลิตและเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง การตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์เบื้องต้น
7. ติดตามให้คำแนะนำ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง
8. ติดตามการดำเนินงานโดยส่วนกลาง
9. ประเมินผลโครงการ

  1. ขอสนับสนุนจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2560 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 54,000,000 บาท
  2. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 กรมการข้าว จำนวน 2,402,490 บาท
    โดยมีรายละเอียด ดังนี้

โครงการส่งเสริมการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี 

หน่วยงานหลัก : กรมการข้าว
หน่วยงานสนับสนุน : กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ประเมินผลการดำเนินงานของโครงการ ความพึงพอใจของเกษตรกร ปัญหาอุปสรรค
และแนวทางการพัฒนาโครงการ โดย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

  1. ชาวนาในชุมชุนจำนวน 60,000 ครัวเรือน ได้รับเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดีสำหรับเพาะปลูกในฤดูนาปี 2560 จำนวน 4,500 ตัน คาดว่าจะได้ผลผลิตข้าวคุณภาพและผลิตเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เองในปีถัดไป ดังนี้
         1) ได้ผลผลิตข้าวคุณภาพเพิ่มขึ้น 92,400 ตันข้าวเปลือก เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 10 
         2) มีเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิคุณภาพดีไว้ใช้เพาะปลูกในปีต่อไป จำนวน 26,100 ตัน 
  2. ชาวนาสามารถผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดีตามความต้องการของตลาด ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นนำผลผลิตที่ได้ไปจำหน่ายมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 988 ล้านบาท (ผลผลิต 92,400 ตัน x 10.70 บาท/กิโลกรัม)
  3. ชาวนา จำนวน 60,000 ครัวเรือน ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ใช้เอง การตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์เบื้องต้น และสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีไว้ใช้เองได้
  4. มีกลุ่มชาวนาที่มีศักยภาพในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว สามารถต่อยอดพัฒนาเป็นศูนย์ข้าวชุมชนผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีไว้ใช้ในชุมชนได้อย่างยั่งยืน
  • รอบที่ 2 ภายใน 13 กรกฎาคม 2560 (เหมาะสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวแล้วประสบภัยธรรมชาติและขาดแคลนข้าวปลูกพันธุ์ดี)
  • สมัครร่วมโครงการได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด ศูนย์วิจัยข้าว และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวใกล้บ้านท่าน
  • ติดต่อ สายด่วน สำหรับเกษตรกรในจังหวัดขอนแก่น โทร.✆ 043 393664 และ 086 8550980
  • แฟกซ์.043 393 665 อีเมล์ ✉ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. และเฟสบุ้คแฟนเพจ facebook.com/soonkhow

แบบตอบรับความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ พันธุ์ กข15 (PDF file)

i pdfPDF file

i xlsxXLSX file (MS-Excel)