เริ่มปรับปรุงพันธุ์ พ.ศ.2547- พ.ศ.2558 ผลงานร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กับกรมการข้าว

กข-แม่โจ้ 2

          ผสมพันธุ์ครั้งแรก ในฤดูนาปี 2547 ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยใช้ข้าวเจ้าหอมพันธุ์ปทุมธานี 1 ซึ่งใช้เป็นพันธุ์รับกับข้าวเหนียวหอมพันธุ์ กข6 ซึ่งใช้เป็นพันธุ์ให้ยีน wx ซึ่งควบคุมความเป็นข้าวเหนียว ด้วยวิธีผสมกลับ และใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยในการคัดเลือก ผลิตเมล็ดชั่วที่ 1 ทำการผสมกลับ 4 ชั่ว แต่ละชั่วของการผสมกลับใช้เครื่องหมายโมเลกุลช่วยคัดเลือกต้นที่เป็น Wxwx และผสมกลับไปหาพันธุ์รับ คือ ข้าวเจ้าหอมพันธุ์ปทุมธานี 1 จนได้ต้น BC4F1 ที่มียีโนไทป์เป็น Wxwx และผสมตัวเองได้เมล็ด BC4F2 คัดเลือกเมล็ดข้าวเหนียวนำไปปลูก และผสมตัวเองได้เมล็ด BC4F3 ปลูกศึกษาพันธุ์ 4 แถว จำนวน 2 ฤดู คือ นาปี 2551 และนาปรัง 2552 และฤดูนาปี 2552 และนาปี/นาปรัง 2553 ทดสอบผลผลิตเบื้องต้น ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จำนวน 3 ฤดู จนได้ข้าวเหนียวสายพันธุ์ MJUG04002-927

ในปี 2555 ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ส่งสายพันธุ์ข้าวดังกล่าวเข้าประกวด และได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้นประจำปี 2555 รางวัลระดับดีเด่น เรื่อง "ข้าวเหนียวหอม ต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง สายพันธุ์แม่โจ้ 2" จากสภาวิจัยแห่งชาติ และในปีเดียวกันนี้ได้รางวัลผลงานวิจัยดีเด่นจากกรมการข้าว ในงานการสัมมนาวิชาการกลุ่มศูนย์วิจัยข้าวภาคเหนือตอนบน และภาคเหนือตอนล่างประจำปี 2555 ในวันที่ 26 เมษายน 2555 ณ โรงแรมท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก จากการนำเสนอผลงานวิจัยในหัวข้อเรื่อง "การปรับปรุงพันธุ์ข้าวเหนียวหอมสายพันธุ์แม่โจ้ 2 จากข้าวเจ้าหอมพันธุ์ปทุมธานี 1 ด้วยวิธีผสมกลับ และใช้โมเลกุลเครื่องหมายช่วยในการคัดเลือก"

ในปี 2555 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับกรมการข้าว ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จึงขอส่งสายพันธุ์ดังกล่าวเข้าร่วมปลูกเปรียบเทียบผลผลิตระหว่างสถานีจำนวน 3 ฤดูวิเคราะห์คุณภาพเมล็ดทางกายภาพและเคมี ทดสอบปฏิกิริยาต่อโรค และแมลงศัตรูข้าว ปลูกเปรียบเทียบผลผลิตในนาราษฎร์จำนวน 2 ฤดู ทดสอบการตอบสนองต่อปุ๋ยไนโตรเจน ซึ่งผลการทดสอบผลผลิตของข้าวเหนียวสายพันธุ์ MJUG04002-927 สิ้นสุดลงอย่างดียิ่ง

          ดังนั้นมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับกรมการข้าวจึงขอเสนอรับรองพันธุ์ดังกล่าว ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาข้าว กลุ่มศูนย์วิจัยข้าวภาคเหนือตอนบน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2557 ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการวิจัยและพัฒนา กองวิจัยและพัฒนาข้าว เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2558 และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาพันธุ์  กรมการข้าว เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2558 จึงได้พิจารณาเห็นชอบให้รับรองพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2 ซึ่งเป็นข้าวเหนียว ต้นเตี้ย ไม่ไวต่อช่วงแสง มีกลิ่นหอมอ่อน เมล็ดเรียวยาวสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี โดยถือเป็นผลงานร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กับกรมการข้าว รวมเวลาปรับปรุงพันธุ์กข-แม่โจ้ 2 ทั้งสิ้น 11 ปีกข-แม่โจ้ 2

คณะกรรมการรับรองพันธุ์ กรมการข้าว มีมติให้พันธุ์รับรอง ชื่อ กข-แม่โจ้ 2 เพื่อแนะนำให้เกษตรกรปลูก เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2558

- เป็นข้าวเหนียวไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ตลอดทั้งปี

- อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 138 วันในฤดูนาปี และ 146 วัน ในฤดูนาปรัง เมื่อปลูกโดยวิธีปักดำ

- ลักษณะกอแบะ ลำต้นแข็ง ปานกลาง

- ความสูงประมาณ 105 เซนติเมตรในฤดูนาปี และ 99 เซนติเมตรในฤดูนาปรัง

- รวงยาว 29.75  เซนติเมตร ลักษณะรวง ค่อนข้างกระจาย คอรวงสั้น

- จำนวนเมล็ดดีต่อรวง 113 เมล็ด และเมล็ดร่วงง่าย

- ข้าวเปลือกสีฟาง มีหางบ้าง เมล็ดข้าวเปลือกยาว 10.70  มิลลิเมตร กว้าง 2.65 มิลลิเมตร หนา 2.03 มิลลิเมตร เมล็ดข้าวกล้องยาว7.42 มิลลิเมตร กว้าง 2.12 มิลลิเมตร หนา 1.80 มิลลิเมตร จัดเป็นข้าวเมล็ดยาว รูปร่างเรียว

- คุณภาพการสีดี ข้าวเต็มเมล็ดและต้นข้าว 45.80 เปอร์เซ็นต์

- ระยะพักตัว 7 สัปดาห์ข้าวพันธุ์ กข-แม่โจ้ 2

- นาปีเฉลี่ย 685 กิโลกรัม/ไร่

- นาปรังเฉลี่ย 755 กิโลกรัม/ไร่

  1. เป็นข้าวเหนียวมีกลิ่นหอมอ่อน เมล็ดเรียวยา
  2. ต้นเตี้ย และไม่ไวต่อช่วงแสงสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี

- ในฤดูนาปรัง มีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 146 วัน ซึ่งจะเก็บเกี่ยวช้ากว่าข้าวพันธุ์อื่นๆ

- ความต้านทานต่อโรคไหม้มีปฏิกิริยาแปรปรวนตั้ง แต่อ่อนแอมากถึงต้านทานสูง

- ความต้านทานต่อขอบใบแห้ง และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล มีปฏิกิริยาแปรปรวนตั้งแต่อ่อนแอมากถึงต้านทาน

- อ่อนแอต่อแมลงบั่ว และเพลี้ยกระโดดหลังขาวกข-แม่โจ้ 2

เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี