ข้อตกลงการจัดทำแปลงขยายพันธุ์พืช
ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น

 โดย อรทัย แก้ววิจิตร
1.1 ประสานงานและประชุมชี้แจงเรื่องการสำรวจพื้นที่และเกษตรกรผู้สนใจจัดทำแปลงขยายพันธุ์พืช
1.2 ประธานกลุ่มผู้จัดทำแปลงขยายพันธุ์ของหมู่บ้านหรือผู้นำชุมชนประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรสมาชิก/ผู้สนใจทราบโดยทั่วกัน
1.3 เกษตรกรผู้สนใจจัดทำแปลงขยายพันธุ์พืชต้องสนใจติดตามข่าวสารของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวทุกระยะ
1.4 เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนสมาชิกไว้แล้ว จะได้รหัสประจำตัวของตนเองไว้ซึ่งต้องจดจำไว้ให้ดีเพื่อใช้ในการอ้างอิงหรือประสานงานในกิจกรรมแปลงขยายพันธุ์พืชต่อไป ในการแจ้งพื้นที่ร่วมจัดทำแปลงให้ลงตามชื่อ-รหัสของตนเองและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เช่น ชื่อ-สกุลด้วย
1.5 ในกรณีหมู่บ้านใหม่ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ให้เกษตรกรผู้สนใจจัดทำแปลงลงรายละเอียดข้อมูลของตนเองในแบบสำรวจของศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวจัดเตรียมไว้ให้โดยเกษตรกรที่มีพื้นที่แปลงปลูกอยู่ติดกันหรือใกล้เคียงกัน ให้ลงชื่อในแบบสำรวจแผ่นเดียวกัน แบบสำรวจ 1 แผ่น มีรายชื่อได้ไม่เกิน 20 ราย
1.6 ขอสงวนสิทธิ์ที่จะปรับ-ลดหรือยกเลิกพื้นที่จัดทำแปลงขยายพันธุ์ของเกษตรกรที่แจ้งความต้องการไว้ในแบบสำรวจฯ โดยจะแจ้งผลการพิจารณาความต้องการจัดทำแปลงขยายพันธุ์พืชให้แต่ละหมู่บ้านทราบพร้อมทั้งนัดการจ่ายเมล็ดพันธุ์ลงแปลงต่อไป
1.7 เกษตรกรที่ได้เข้าร่วมเป็นเกษตรกรสมาชิกผู้จัดทำแปลงขยายพันธุ์พืชในฤดูนั้นๆ จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำและให้ความร่วมมือในกิจกรรมแปลงขยายพันธุ์ หากไม่เข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่มีเหตุจำเป็นจนทำให้แปลงผลิตเมล็ดพันธุ์เสียหาย อาจถูกยกเลิกข้อตกลงการจัดทำแปลงขยายพันธุ์ฤดูนั้น และไม่ให้จัดทำแปลงขยายพันธุ์ต่ออีกเป็นเวลา 1 ฤดูได้
เกษตรกรจะต้องทำข้อตกลงการจัดทำแปลงขยายพันธุ์พืชกับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น และเกษตรกรจะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงนั้นทุกประการ  เพราะเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลปลูก  พนักงานสนามจะไปประเมินผลการจัดทำแปลงขยายพันธุ์ของเกษตรกรในฤดูนั้นๆ  และนำผลการประเมินขึ้นบัญชีรายชื่อไว้  เพื่อใช้พิจารณาประกอบการคัดเลือกเกษตรกรที่จะเข้าร่วมจัดทำแปลงขยายพันธุ์ในฤดูต่อๆ ไป
3.1 เกษตรกรสมาชิกจะต้องจ่ายเงินค่าเมล็ดพันธุ์จัดทำแปลงเป็นเงินสดหรือสินเชื่อของธนาคารตามที่ได้มีการทำสัญญาเป็นคราวๆ ไป หากเป็นเกษตรกรสมาชิกที่ร่วมจัดทำแปลงขยายพันธุ์พืช ซึ่งยังไม่เสร็จสิ้นฤดูการผลิตก่อนหน้านั้นสามารถหักเงินค่าเมล็ดพันธุ์จัดทำแปลงจากเงินค่ารับซื้อเมล็ดพันธุ์คืนของศูนย์ฯได้
3.2 เกษตรกรสมาชิกที่มีรายชื่อจัดทำแปลงจะต้องมารับเมล็ดพันธุ์ด้วยตนเอง หากไม่มารับจะถือว่าสละสิทธิ์
3.3 เกษตรกรผู้สนใจที่ไม่มีรายชื่อในการจ่ายเมล็ดพันธุ์ลงแปลง หากต้องการจะทำแปลงขยายพันธุ์จะต้องได้รับคำรับรองจากประธานหรือหัวหน้ากลุ่มก่อน จึงจะพิจารณาจ่ายเมล็ดพันธุ์จัดทำแปลงให้เป็นรายไป
3.4   เกษตรกรสมาชิกที่รับเมล็ดพันธุ์ไปแล้วหากมีการถ่ายโอนเมล็ดพันธุ์ให้เกษตรกรสมาชิกผู้อื่นจะต้องรีบแจ้งให้ เจ้าหน้าที่ทราบโดยเร็วที่สุด
3.5 เกษตรกรสมาชิกที่รับเมล็ดพันธุ์ไปแล้วหากถ่ายโอนเมล็ดพันธุ์ไปให้เกษตรกรที่ไม่มีรายชื่อในทะเบียนเกษตรกรจะถูกยกเลิกข้อตกลงการจัดทำแปลงฯในฤดูนั้นทันที และอาจไม่ให้จัดทำแปลงฯ ในฤดูต่อไปด้วย
3.6 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายชื่อเกษตรกรผู้จัดทำแปลงหรือพื้นที่ปลูกหรือข้อมูลใดๆ เกษตรกรสมาชิกจะต้องแจ้งให้ เจ้าหน้าที่ทราบและดำเนินการแก้ไขให้เสร็จสิ้นภายใน 15 กุมภาพันธ์  (ฤดูแล้ง) หรือ 15 สิงหาคม (ฤดูฝน) ก่อนการจัดทำแบบทะเบียนขออนุมัติจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวคืนจากเกษตรกร หากพ้นกำหนดนี้แล้วจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ และทางศูนย์จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น
3.7 เกษตรกรสมาชิกจะต้องมีบัญชีเงินฝากธนาคาร/สาขาเดียวกันทั้งหมู่บ้าน และแจ้งให้ จนท.ศูนย์ทราบเลขที่บัญชีฝากนั้นด้วยเพื่อใช้อ้างอิงการจ่ายโอนเงินค่าเมล็ดพันธุ์ซื้อคืนให้แก่เกษตรกรสมาชิก หากเกษตรกรสมาชิกรายใดยังไม่มี/สูญหายหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขเลขที่บัญชีให้รีบจัดทำและแจ้งให้ศูนย์ทราบโดยด่วน
4.1 เกษตรกรสมาชิกต้องเป็นผู้จัดหาปัจจัยการผลิตเอง ยกเว้นกรณีที่ศูนย์หรือหน่วยงานอื่นจัดหาให้
4.2 เกษตรกรสมาชิกต้องไถเตรียมดินและปลูกเป็นแถวเป็นแนว (ปักดำ) ตามคำแนะนำของ เจ้าหน้าที่ กรณีปลูกแบบอื่นๆ ต้องพิจารณาผ่านคณะเจ้าหน้าที่
- ฤดูแล้ง ให้ปลูกไม่เกิน 15 มกราคม
- ฤดูฝน ปลูกไม่เกิน 15 สิงหาคม
4.3 เกษตรกรสมาชิกจะต้องแจ้งวันที่ปลูก/พื้นที่ที่ปลูกได้     ตั้งแต่วันที่เริ่มปลูกถึงวันที่ปลูกเสร็จให้หัวหน้ากลุ่ม หรือเจ้าหน้าที่ทราบ
เกษตรกรสมาชิกจะต้องป้องกันกำจัดพันธุ์ปนในเมล็ดพันธุ์/แปลงขยายพันธุ์ของตนเองโดยเน้นที่ 4 ระยะคือ
5.1 คัดเลือก/ตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ก่อนปลูกและไถเตรียมดิน กำจัดข้าวเรื้อหรือเมล็ดพืชตกค้างในแปลงให้ดี
5.2 ถอนทำลายต้นผิดปกติ/พันธุ์ปนในระยะต้นอ่อน 
5.3 ระยะออกดอก เช่น สังเกตจากการออกดอกที่ช้า-เร็วผิดปกติ 
5.4 ระยะเก็บเกี่ยว-หลังการเก็บเกี่ยว สังเกตจากลักษณะฝัก/รวงที่สีผิดปกติ การสุกแก่เร็ว-ช้าเกินไป การใช้เครื่องนวด/เครื่องคัดจะต้องได้รับการตรวจสอบและปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกับ เจ้าหน้าที่ และการคัดทำความสะอาด การตากเพื่อลดความชื้นของเมล็ดที่นวดแล้วตามคำแนะนำ
6.1 เกษตรกรสมาชิกจะต้องตรวจ/จัดการแปลงของตนเองให้เหมาะสมตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในการตรวจแปลงอย่างไม่เป็นทางการให้แล้วเสร็จก่อนที่จะมีการตรวจแปลงอย่างเป็นทางการ
6.2 เจ้าหน้าที่จะแจ้งวันที่คณะกรรมการตรวจตัดสินคุณภาพแปลงอย่างเป็นทางการจะมาตรวจตัดสินแปลงให้ทราบ เกษตรกรสมาขิกจะต้องร่วมกันจัดกลุ่มตรวจแปลงโดยจัดแปลงที่อยู่บริเวณเดียวกันเป็นกลุ่มเดียวกัน กลุ่มละไม่เกิน 15 ราย/แปลง ให้คณะกรรมการฯ ไปตรวจ
6.3 เกษตรกรสมาชิกจะต้องนำคณะกรรมการฯไปตรวจแปลงของตนเองเพื่อให้รายละเอียดแก่คณะกรรมการและรับทราบคำแนะนำจากคณะกรรมการ (ถ้ามี) หากเกษตรกรสมาชิกรายใดไม่ได้รับการตรวจแปลงอย่างเป็นทางการจะต้องรีบแจ้งให้ เจ้าหน้าที่ศูนย์ทราบโดยด่วน เนื่องจากศูนย์ฯจะพิจารณารับซื้อเมล็ดพันธุ์คืนจากแปลงขยายพันธุ์ที่ผ่านมาตรฐานแปลงขยายพันธุ์เท่านั้น
6.4 ในกรณีที่แปลงของเกษตรกรสมาชิกไม่ผ่านมาตรฐานในการตรวจแปลงอย่างเป็นทางการ       เกษตรกรสมาชิกจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของคณะกรรมการให้เสร็จตามกำหนด ซึ่งจะมี เจ้าหน้าที่ศูนย์ มาตรวจสอบซ้ำอีกครั้งหากแปลงยังไม่ผ่านมาตรฐานอีก เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบถึงสาเหตุและไม่อนุญาตให้เก็บเกี่ยว/นวดผลผลิตปะปนกับแปลงขยายพันธุ์ที่ผ่านมาตรฐานแปลงอื่นๆ และไม่รับซื้อผลผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากแปลงที่ไม่ผ่านมาตรฐานนั้น
7.1 เกษตรกรสมาชิกจะต้องเก็บเกี่ยวพืชในแปลงขยายพันธุ์ตามระยะสุกแก่ที่เหมาะสมกับพืช/พันธุ์/สภาพแวดล้อมที่ปลูก
7.2 เกษตรกรจะต้องตากลดความชื้น/คัดทำความสะอาด/เก็บรักษาผลผลิตที่เก็บเกี่ยวไว้แยกจากพืช/พันธุ์ที่ไม่ใช่มาจาก  แปลงขยายพันธุ์ ในที่ที่เหมาะสมเพื่อป้องกันความเสียหายของผลผลิตทั้งทางปริมาณและคุณภาพของเมล็ด
8.1  เจ้าหน้าที่จะจ่ายกระสอบให้ตามโควต้าที่กำหนดในทะเบียนเกษตรกรผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์เท่านั้น
8.2 เกษตรกรสมาชิกจะต้องมารับกระสอบด้วยตนเอง ตามที่ได้นัดไว้และจะต้องเก็บรักษากระสอบดังกล่าวให้ดี หากเสียหายจะต้องนำกระสอบใหม่มาชดใช้
8.3  ให้ใช้บรรจุเมล็ดจากแปลงขยายพันธุ์เท่านั้น ห้ามนำไปบรรจุสิ่งของอื่น ๆ
8.4 หากผลผลิตแปลงขยายพันธุ์ได้มากกว่าที่ประมาณไว้ในทะเบียนเกษตรกรฯหรือกระสอบไม่เพียงพอให้แจ้งขอกระสอบเพิ่มกับเจ้าหน้าที่หรือหยิบยืมจากเกษตรกรสมาชิกรายอื่นที่มีกระสอบเหลือ
8.5 หากเกษตรกรสมาชิกรายใดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์คืนศูนย์จนเสร็จสิ้นแล้วยังมีกระสอบเหลือตกค้างให้นำกระสอบมาคืนในวันสุดท้ายที่ตนจำหน่ายเมล็ดพันธุ์คืนด้วย โดยมัดคืนมัดละ 10 ใบ และเขียนรหัสติดไว้ให้เรียบร้อย
9.1 เกษตรกรสมาชิกจะต้องใช้เครื่องนวด/เครื่องคัดที่ได้รับการตรวจสอบและอนุญาตจากศูนย์เท่านั้นในการนวดผลผลิตแปลงขยายพันธุ์
9.2 เกษตรกรสมาชิก/เจ้าของเครื่องนวด/เครื่องคัดจะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ร่วมกันจัดทำขึ้นอย่างเคร่งครัด เช่น  ในระหว่างที่นวดผลผลิตแปลงขยายพันธุ์ยังไม่แล้วเสร็จห้ามนำเครื่องนวดไปนวดผลผลิตอื่น
9.3 ผลผลิตที่นวดได้จากแปลงขยายพันธุ์หากยังมีความชื้นหรือสิ่งเจือปนสูงเกษตรกรสมาชิกจะต้องตาก ลดความชื้นลงให้เหลือไม่เกิน 12.0% และคัดทำความสะอาดเมล็ดพันธุ์ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
9.4 เกษตรกรสมาชิกจะต้องบรรจุเมล็ดพันธุ์ที่พร้อมจะจำหน่ายคืนให้ศูนย์ในกระสอบที่ศูนย์นำไปจ่ายให้เท่านั้นและเก็บรักษาในที่ที่ป้องกันแสงแดด/ความชื้นได้ ไม่ปะปนกับเมล็ดพืช/ปุ๋ยเคมี สารเคมีต่างๆ มีอากาศถ่ายเทได้ดี
10.1 การสุ่มตัวอย่าง :-   ศูนย์ฯ จะมีการสุ่มตัวอย่าง 2 ครั้ง คือ
ครั้งที่ 1 เป็นการสุ่มตัวอย่างเพื่อการจัดซื้อ  ปริมาณที่สุ่มประมาณ 1-2 กิโลกรัม ขึ้นกับปริมาณมากน้อยของเมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรจะขาย  ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ทำการสุ่มตัวอย่างจะนำส่งตัวอย่างที่สุ่มได้ให้งานควบคุมคุณภาพของศูนย์ฯ  เพื่อนำไปตรวจสอบคุณภาพต่อไป 
ครั้งที่ 2 เป็นการสุ่มตัวอย่างในขณะจัดซื้อ  ปริมาณที่สุ่มประมาณ ½ - 1 กิโลกรัม เพื่อวัดความชื้น และตีราคา 
10.2 คุณภาพเมล็ดพันธุ์ที่ใช้เป็นเกณฑ์ตามระเบียบว่าด้วยคุณภาพการจัดซื้อ
10.3 กรณีคุณภาพเมล็ดพันธุ์สูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
10.3.1 ความชื้นเกิน 12%  
- เกษตรกรต้องทำการตากลดความชื้นใหม่ เพื่อให้ความชื้นเท่ากับ 12% หรือต่ำกว่า 
- ในกรณีที่ไม่มีแสงแดด ลดความชื้นติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อคุณภาพของเมล็ดพันธุ์  ถ้าทิ้งไว้ที่เกษตรกรจะมีผลกระทบต่อคุณภาพเมล็ดพันธุ์ทำให้มีความจำเป็นต้องซื้อเข้ามา  เกษตรกรจะต้องชดเชยน้ำหนักที่เกิดขึ้นจากความชื้นที่สูงเกินร้อยละ 12 โดยคิดจากตารางแสดง % น้ำหนักสูญหาจากการลดความชื้นเมล็ดพันธุ์
10.3.2 ความงอกไม่ผ่านมาตรฐาน (ข้าวและถั่วเหลือง) 
- มาตรฐานความงอกเมล็ดพันธุ์ซื้อคืนของข้าว ชั้นพันธุ์ขยาย = 85% ชั้นพันธุ์จำหน่าย = 85%
- มาตรฐานความงอกเมล็ดพันธุ์ซื้อคืนถั่วเหลือง ชั้นพันธุ์ขยาย = 75% ชั้นพันธุ์จำหน่าย = 75%
- ในกรณีที่ผลการตรวจสอบคุณภาพ เรื่องความงอก ครั้งที่ 1  พบว่า ไม่ผ่านมาตรฐานความงอกของการซื้อคืน (ข้าว = 85%,  ถั่วเหลือง  75%)  แต่ได้มาตรฐานเมล็ดพันธุ์จำหน่าย (ข้าว = 80%,  ถั่วเหลือง 70%)  ศูนย์ฯ จะทำการสุ่มตรวจสอบใหม่อีกครั้งหนึ่ง และจะทำการทดสอบหลายๆ วิธี เพื่อเป็นการยืนยันคุณภาพ 
- แต่ถ้าพบว่าผลการตรวจสอบครั้งที่ 1  ความงอกต่ำกว่ามาตรฐานเมล็ดพันธุ์จำหน่าย (ข้าว = 80%,  ถั่วเหลือง = 70%)  ศูนย์ฯ จะไม่มีการสุ่มครั้งที่ 2  เกษตรกรจะต้องดำเนินการจำหน่ายเองต่อไป  เนื่องจากไม่สามารถนำมาเป็นเมล็ดพันธุ์ได้
10.3.3 สิ่งเจือปนไม่ผ่านมาตรฐาน (ข้าว) 
- ศูนย์ฯ  จะจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มาตรฐานสิ่งเจือปนไม่เกิน 3% ในกรณีที่สิ่งเจือปนเกิน  ศูนย์ฯ จะดำเนินการ 2 วิธี คือ 
ก. เกษตรกรต้องทำความสะอาเป่าสิ่งเจือปนใหม่ และศูนย์จะทำการสุ่มตรวจสอบอีกครั้ง  และจะซื้อเมื่อได้มาตรฐาน 
ข. กรรมการจัดซื้อ ต้องขออนุมัติจาก ผอ.ศูนย์ฯ เพื่อขอหักน้ำหนักสิ่งเจือปนจากเกษตรกร  เพื่อเป็นการชดเชยน้ำหนัก น้ำหนักที่เกิดขึ้นจากสิ่งเจือปนสูง 
- ถ้าได้รับการอนุมัติ  ศูนย์จะคำนวณจากสูตรคำนวณตัดน้ำหนักตามระเบียบที่กำหนด
 10.3.4 กรณีพบโรคที่เมล็ดพันธุ์  หรือพบแมลงทำลายเมล็ดพันธุ์ 
- ในกรณีที่พบโรค หรือแมลงที่เมล็ดพันธุ์มาก และศูนย์ฯ พิจารณาแล้วว่าไม่สามารถใช้ทำเป็นเมล็ดพันธุ์ได้  ศูนย์ฯ จะแจ้งให้เกษตรกรทราบเป็นรายๆ ไป 
10.3.5 ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพ
- หลังจากที่ศูนย์ฯ สุ่มตัวอย่างไปจากเกษตรกร  งานควบคุมคุณภาพของศูนย์ฯ จะทำการทดสอบคุณภาพ  และสามารถรายงานผลการทดสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์เพื่อการจัดซื้อในช่วงระยะเวลาดังนี้ 
- ถั่วเหลือง ประมาณ 7 วัน
- ข้าว ประมาณ 14 วัน
11.1 เจ้าหน้าที่จะมาแจ้งผลการตรวจสอบคุณภาพและนัดวันซื้อล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน
11.2 เมล็ดพันธุ์ที่ผ่านมาตรฐานคุณภาพแล้วเกษตรกรสมาชิกต้องบรรจุ ดังนี้
- เมล็ดพันธุ์ข้าว ชั่งน้ำหนักรวมทั้งกระสอบ 82 กิโลกรัม
- เมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง ชั่งน้ำหนักรวมทั้งกระสอบ 102 กิโลกรัม
 โดยเกษตรกรต้องเย็บกระสอบด้วยเชือกฟาง ร้อยเชือกให้ถี่ดึงให้แน่น
11.3 เกษตรกรต้องเขียนรหัสของตนเอง (ต้องจำให้ได้) ลงบนแท็กหรือป้ายติดกระสอบ และติดแท็กสูงจากก้น   กระสอบประมาณ 1 ฝ่ามือ ด้านซ้ายหรือด้านขาว ด้านใดด้านหนึ่งให้เหมือนกันทั้งหมด
11.4  การจัดซื้อจะซื้อตามทะเบียนคำขออนุมัติจัดซื้อเมล็ดพันธุ์คืนเท่านั้น   ซึ่งจะจัดทำเสร็จสิ้นหลังเกษตรกรปลูกประมาณ 30 วัน โดยจะรับซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธุ์สูงกว่าราคาเมล็ดพืชในตลาดท้องถิ่น ประมาณ 10-20 % ตามคุณภาพเมล็ดพันธุ์
11.5 การขนส่ง กรณีขนส่งโดยรถรับจ้าง ให้เจ้าของเมล็ดพันธุ์ (เกษตรกร) เป็นผู้รับผิดชอบจัดหาหรือจ่ายค่าแรงงานกรรมกรขนขึ้นบรรทุก เกษตรกรแต่ละหมู่บ้านตั้งตัวแทนไปติดต่อและตกลงกับเจ้าของรถบรรทุกเอง โดยต้องมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
ก) ให้บรรทุกโดยรถบรรทุก 6 ล้อ หรือ 10 ล้อ ทุกบ้านยกเว้นที่อยู่ใกล้ศูนย์ฯ และในเขตอำเภอเมือง  ให้ใช้รถยนต์ปิคอัพหรืออีแต๋นได้ ซึ่งจะตกลงเป็นกรณีไป
ข) รถบรรทุกทุกคัน ต้องมีแรงงานกรรมกรประจำรถอย่างน้อยคันละ 4 คน หากไม่มีแรงงาน ก็ไม่สามารถนำเมล็ดลงจากรถได้ 
ค) รถบรรทุกทุกคันต้องมีผ้าใบ ผ้าพลาสติกสำหรับคลุมเมล็ดพันธุ์ป้องกันฝน โดยให้คลุมตั้งแต่ก่อนออกจากหมู่บ้าน
ง) ความเสียหายใดๆ ต่อเมล็ดพันธุ์ เช่น สูญหาย เปียกฝน ตกแตกหรืออื่นๆ เจ้าของรถบรรทุกต้องชดใช้ค่าเสียหายนั้นๆ 
จ) ให้แต่ละหมู่บ้านแต่งตั้งตัวแทนไปติดต่อรถยนต์บรรทุกเอง ไม่ต้องหวังพึ่งพาหมู่บ้านอื่นๆ เพราะอาจมีผลกระทบต่อแผนการจัดซื้อได้
ฉ) เกษตรกรผู้มีชื่อในทะเบียนขออนุมัติจัดซื้อเมล็ดพันธุ์คืน จะต้องลงชื่อด้วยตนเองในใบชั่งน้ำหนักในวันจัดซื้อ กรณีมีกิจธุระเร่งด่วนให้ผู้อื่นมาขายแทน ต้องมีใบมอบอำนาจ
11.6 สำหรับเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ผ่านคุณภาพ อนุญาตให้นำไปจำหน่ายให้พ่อค้าท้องถิ่นได้
12.1 กำหนดราคารับซื้อคืนเมล็ดพันธุ์ตามเกณฑ์ระดับมาตรฐานของคุณภาพเมล็ดพันธุ์ที่กำหนดโดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่นเพื่อเป็นการจูงใจให้เกษตรกรเห็นความสำคัญ และเข้าใจถึงคุณภาพของเมล็ดพันธุ์พืช  รวมถึงพัฒนาเทคนิควิธีการจัดทำแปลงขยายพันธุ์ของเกษตรกร  เพื่อให้ได้มาซึ่งเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาตรฐานสูงสุด คุณภาพดี ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น จึงได้กำหนดราคารับซื้อเมล็ดพันธุ์ตามเกณฑ์ระดับมาตรฐานของคุณภาพเมล็ดพันธุ์ที่กำหนดโดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น เป็น 3 ระดับ โดยคณะกรรมการจัดซื้อจะแจ้งให้ทราบในแต่ละฤดู ดังนี้คือ 
1. ราคาระดับสูง 
2. ราคาระดับกลาง
3. ราคาระดับต่ำ 
12.2 เกณฑ์ราคาเมล็ดพันธุ์ซื้อคืนในแต่ละฤดู  ขึ้นอยู่กับราคากลางของพืช/พันธุ์ นั้น  ที่คณะกรรมการจัดซื้อได้ทำการสืบราคารับซื้อเมล็ดพันธุ์  จากร้านที่ที่รับซื้อเมล็ดพืชในท้องถิ่น  และนำมาพิจารณาเพื่อกำหนดเป็นราคากลาง  ราคารับซื้อแต่ละฤดู  จะซื้อได้ไม่เกินราคาสูงสุดที่กรมการข้าว ได้อนุมัติหลักการไว้ 
13.1 ศูนย์ฯ จะจ่ายเงินโดยการโอนเข้าบัญชีธนาคารของเกษตรกรเท่านั้น จะไม่จ่ายเป็นเงินสดโดยเด็ดขาด
13.2 ศูนย์ฯ จะหักค่าเมล็ดพันธุ์/ค่าเครื่องนวด/เครื่องคัดก่อนที่จะจ่ายเงิน (ในกรณีที่เกษตรกรมีหนี้กับศูนย์ฯ)
13.3 ค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ธนาคารเป็นผู้หักที่เกิดจากการโอนจ่ายเงินค่าเมล็ดพันธุ์ซื้อคืนเกษตรกรต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
13.4  เกษตรกรในหมู่บ้านเดียวกันจะต้องเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารเดียวกันเท่านั้น
13.5 ศูนย์ฯ จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารตามรายชื่อในทะเบียนขออนุมัติจัดซื้อเมล็ดพันธุ์คืนเท่านั้น
หลังจากการจัดซื้อเมล็ดพันธุ์คืนจากเกษตรกรเสร็จสิ้น  ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่นจะทำการประเมินเกษตรกรทุกฤดู  และทำการประเมินพื้นที่ 2 ปีต่อครั้ง  ตามแบบประเมินที่ศูนย์ฯ ได้กำหนดขึ้น 
      โดยไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายใดๆ และอาจพิจารณาไม่ให้จัดทำแปลงขยายพันธุ์พืชในฤดูต่อไปได้