รู้หรือไม่ว่า ข้าว (ลูกสาวแม่โพสพ) ชอบสภาพแวดล้อมเหมือนๆ กับคนปลูกข้าว

การแตกกอของข้าว1. ปัจจัยด้านพันธุกรรม หรือพันธุ์ข้าวที่ปลูก

ปัจจัยทางด้านพันธุกรรม ควบคุมลักษณะของต้นพืช ควบคุมการเจริญเติบโตและพัฒนาการ โดยพันธุกรรมจะกำหนดให้พืชแต่ละพันธุ์ มีอัตราการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่แตกต่างกัน โดยพืชแต่ละพันธุ์จะมีความสามารถในการดำเนินขบวนการทางสรีรวิทยาในอัตราที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างสารที่ควบคุมการเจริญเติบโต (เช่นฮอร์โมนต่างๆ)

ข้าวแต่ละพันธุ์มีลักษณะประจำพันธุ์แตกต่างกัน เช่น การตอบสนองต่อธาตุอาหารแต่ละพันธุ์ การแตกกอของพันธุ์ข้าวที่ได้ปรับปรุงพันธุ์ ส่วนใหญ่จะแตกกอได้ดีกว่าข้าวพันธุ์พื้นเมือง


2. ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม

2.1 ปัจจัยที่จำเป็้น

1) แสงสว่าง พืชต้องการแสงสว่างเพื่อใช้ในขบวนการการสังเคราะห์แสงสร้างอาหาร เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและพัฒนาการ ช่วงเวลาที่ปลูกพืช หรือปลูกข้าวแต่ละฤดูกาล หรือช่วงแสง และสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องไปกับปัจจัยด้านอากาศและอุณหภูมิ

- เหตุผลที่ข้าวฤดูแล้งได้ผลผลิตมาก คือ ฤดูแล้งของไทย มีปริมาณรังสีของแสงมากกว่าฤดูฝน โดยเฉพาะระยะตั้งท้อง และเป็นเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ผลผลิตข้าวในเขตอบอุ่นมีผลผลิตมากกว่าเขตร้อน เพราะในฤดูฝนมีรังสีของแสงน้อย
- ช่วงแสง (ระยะเวลากลางวันกับกลางคืน ตามฤดูกาล) ทำให้เราจำแนกข้าวได้เป็น ข้าวไวแสง (นาปี) และข้าวไม่ไวแสง (ปลูกได้ตลอดปี)

2) ที่ยึดเหนี่ยว (ดิน) พืชจะเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดี ต้องมีที่ยึดเหนี่ยวที่แข็งแรง เพื่อให้ลำต้นทรงอยู่ได้ในลักษณะที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งจะทำให้ส่วนต่างๆ ทำหน้าที่ในการเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่

- pH หรือความเป็นกรด-ด่างในดิน เกี่ยวข้องกับปัจจัยเรื่องดินและน้ำเป็นหลัก ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช
3) อุณหภูมิ อุณหภูมิที่เหมาะสมจะส่งเสริมให้พืชมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี อุณหภูมิ 25 - 33 °ซ เหมาะสำหรับข้าวแตกกอ หากอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปหรือสูงเกินไป (ต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส สูงกว่า 35 องศาเซลเซียส) จะมีผลต่อการงอกของเมล็ด การยืดของใบ การแตกกอ การสร้างดอกอ่อน การผสมเกสร เป็นต้น เช่น พบว่าอุณหภูมิที่สูงเกินไปและต่ำเกินไปช่วงที่มีการออกดอกจะทาให้ดอกข้าวเป็นหมัน ซึ่งจะส่งผลทำให้ได้ผลผลิตต่ำกว่าปกติ เป็นต้น

อุณหภูมิที่เหมาะสมตามช่วงระยะการเจริญเติบโต  มีดังนี้
+ เมล็ดงอก 18 - 40 °ซ
+ ต้นอ่อน 25 - 30 °ซ
+ ราก 25 - 28 °ซ
+ ใบขยายตัว 31 °ซ
+ ผสมพันธุ์ 30 - 33 °ซ
+ เมล็ดสุกแก่ 20 - 29 °ซ

4) อากาศ ในการเจริญเติบโตและพัฒนาการของพืช ต้องการพลังงานที่ได้มาจากการหายใจ จึงต้องมีอากาศอย่างเพียงพอ เพื่อให้การหายใจเกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่นอกจากนี้ พืชยังต้องการก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อใช้ในการสังเคราะห์แสงด้วย
5) น้ำ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของสิ่งมีชีวิต น้ำทำหน้าที่ในการช่วยดูดแร่ธาตุอาหาร (nutrients) ลำเลียงอาหาร (photosynthates) ไปยังส่วนต่างๆ และช่วยในการลดอุณหภูมิภายในต้นพืช เกี่ยวข้องทั้ง คุณภาพน้ำ ปริมาณน้ำ ระดับน้ำ ซึ่งจะเกี่ยวข้องต่อเนื่องกับ ดิน ธาตุอาหาร ความชื้นในดินหรือน้ำ
6) อื่นๆ จากปัจจัยทั้ง 5 ข้อ ก็จะมีผลต่อเนื่องมาในเรื่องการจัดการฟาร์มหรือวิธีการ/ระบบการปลูกของเกษตรกร เช่น ระยะการปลูก วิธีการปลูก จำนวนต้นที่ปักดำตามช่วงที่ปลูกข้าว ความลึกในการปักดำ ขั้นตอนในการปลูก การดูแลรักษาแต่ละระยะ เป็นต้น

(สภาพอากาศในแต่ละฤดูกาล เช่น ฤดูนาปี นาปรัง เกี่ยวข้องกับปัจจัยต่างๆ ทั้งหมด ได้แก่ น้ำ อุณหภูมิ แสงสว่าง อากาศ พันธุกรรมพืช ฯลฯ)

2.2 ปัจจัยที่ควรหลีกเลี่ยงหรือไม่ควรมี 

1) โรค (Diseases)
2) แมลงศัตรูพืช (Insects pest)
3) วัชพืช (Weeds)
4) สัตว์ศัตรูพืช (Animals)
5) สารที่เป็นพิษ (Toxic substances)