สมมาตร ทองใบ นักวิชการเกษตร ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น

เทคนิควิธีการทำนาในปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปมากมาย เช่น การตกกล้าปักดำด้วยแรงงานคน การเพาะกล้าปักดำรถปักดำนา การหว่านแห้งหรือหว่านสำรวย การหยอดแถวด้วยเครื่องมือเครื่องจักร แบบต่างๆ การหว่านน้ำตม การโรยเมล็ด หรือแม้แต่การโยนกล้า ที่จะได้เรียนรู้ในเนื้อหานี้ ซึ่งมีความหลากหลายตามสภาพพื้นที่ ความต้องการและความชอบของเกษตรกร

คำแนะนำในการปลูกข้าวโดยวิธีการโยนกล้า ให้เป็นทางเลือกในพื้นที่

  1. สามารถแก้ไขปัญหาพื้นที่ปัญหาข้าววัชพืช (ระบาดมากในพื้นที่ภาคกลางหลายจังหวัด) เช่นเดียวกับวิธีการปักดำนา หรือวิธีการปลูกข้าวที่ประณีตแบบอื่นๆ
  2. เป็นเทคนิควิธีการปลูกข้าวที่เหมาะสมสำหรับการสาธิต แปลงเรียนรู้ หรือการลงแขก ในรูปแบบงานส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร เช่น ศูนย์เรียนรู้ข้าวในโรงเรียน ยุวเกษตรกร หรือในชุมชน เป็นต้น
  3. เป็นเทคนิคการผลิตข้าวแบบประณีตอีกแบบหนึ่ง สามารถใช้ในการผลิตข้าวอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี ใช้เป็นวิธีการปลูกข้าวเพื่อควบคุมวัชพืชหรือข้าววัชพืชได้
  4. เป็นวิธีการเพาะปลูกข้าวที่ประหยัดเมล็ดพันธุ์ได้ดี (อัตราการใช้ 4 - 6 กิโลกรัมต่อไร่)
  5. สามารถใช้ได้กับทุกสภาพดิน ได้แก่ ดินเหนียว ดินร่วนเหนียว หรือแม้แต่ดินทราย ซึ่งเกษตรกรได้ทดสอบการปลูกโดยวิธีการโยนกล้าแล้วในสภาพดินทราย (อำเภอแวงน้อย แวงใหญ่และอำเภอพล) ได้ผลดี มีข้อจำกัดคือ ต้องมีน้ำเพียงพอสำหรับการปลูกข้าวโยนกล้า
  6. เหมาะสำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่การทำนาน้อย และสามารถบริหารจัดการพื้นทีได้อย่างดี ประณีต

การปลูกข้าวแบบโยนกล้าเจ้าหน้าที่่และเกษตรกรร่วมปลูกข้าวโดยการโยนกล้า แปลงสาธิต บ้านบะแค ตำบลแวงใหญ่ อำเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น

prc004เยาวชนกำลังเพาะกล้าข้าวลงถาดหลุม (ขนาด 434 หลุม) สำหรับโยนกล้า

  1.  ใส่ดินลงในถาดหลุม 1/3 - 1/2 ส่วนของหลุม
  2. โรยหรือหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวลงในถาดหลุม (หากต้องการปริมาณมากใช้วิธีเรียงถาดหลุมเป็นผืนใหญ่ จะสามารถโรยได้สะดวกและรวดเร็ว)
  3. กลบดินแล้วใช้มือหรือไม้ลูบดินออกให้เสมอขอบหลุม โดยอย่าให้ดินล้นจากขอบมากจะทำให้ตุ้มของต้นข้าวติดกันได้ง่ายทำให้ไม่สะดวกในการโยน

ขั้นตอนการเพาะกล้าภาพ ขั้นตอนการหยอดเมล็ดในการเพาะกล้าข้าวสำหรับนาโยน

prc002กิจกรรมสาธิตการโยนกล้า ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอแวงใหญ่ โดย นายขัญติภาณ ศรีใส นักวิชาการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอแวงใหญ่

prc003การสาธิตเพาะเมล็ดพันธุ์ลงถาดเพาะกล้าบนโต๊ะ  ทำแบบน้อยเหมาะสำหรับกิจกรรมเด็กเยาวชน หรือกิจกรรมเล็กๆ ของครอบครัว

 

prc005เมล็ดพันธุ์ที่ใส่ลงไปในถาดหลุม มีวิธีการหยอดเมล็ดหลายๆ แบบ ได้แก่ การใช้ถาดหยอดเมล็ด การใช้ตะแกรงร่อนโรยเมล็ด หรือโรยด้วยมือ (จากภาพหยอดโดยใช้ถาดหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวนาโยน จะมีเมล็ดพันธุ์ในหลุม 2 - 4 เมล็ด/หลุม

 

prc006ภาพ ใส่ดินรองก้นหลุ่มประมาณ 1/3 - 1/2 ของหลุม

prc007เมล็ดพันธุ์ข้าวที่โรยลงในถาดเพาะกล้าถาดหลุ่มอย่างสม่ำเสมอ

prc008คลุมด้วยตาข่ายพรางแสง (ซาแรน) เพื่อป้องกันน้ำฝนหรือน้ำที่เรารดกัดเซาะ รวมไปถึงป้องกันการระเหยของน้ำ เนื่องจากดินในถาดหลุมมีปริมาณน้อยมาก ดังนั้นจึงต้องรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหากวางถาดกล้าไว้กลางแจ้ง แสงแดดจัดตลอดวัน ต้องรดน้ำ 2-3 ครั้งต่อวัน หากมีหลังคาพรางแสงหรือแดดไม่จัด สามารถควบคุมความชื้นได้ดี รดน้ำแค่วันละครั้งก็เพียงพอ

prc009ต้นกล้าอายุ 1 สัปดาห์ เมื่อเราเอาตาข่ายพรางแสงออกต้นกล้าที่งอกแซมช่องตาข่ายขนาดเล็กมักจะติดออกมาด้วย ดังนี้วัสดุคลุมจึงสามารถประยุกต์ใช้ได้หลายอย่าง เช่น คลุมด้วยกระสอบปอ (หายากและคลุมยาก) หรือตาข่ายไนลอน เป็นต้น

prc010กล้าข้าวอายุ 1 สัปดาห์ ที่มีความแข็งแรง ดูแลน้ำได้เป็นอย่างดี

prc001กล้าข้าวอายุ 14 วัน ดึงจากถาดเพาะที่พร้อมสำหรับโยน แนะนำให้ใช้ดินเหนียว ดินร่วนเหนียว ดินร่วน หรือดินรวนทราย ยกเว้นการใช้ถ่านแกลบไม่เหมาะสำหรับทำกล้านาโยนอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นวัสดุปลูกที่่ร่วนเกินไป

prc011ต้นกล้าข้าวเพาะด้วยปุ๋ยหมักน้ำปุ๋ยคอก เจริญเติบโตและแข็งแรงดีกว่าปกติ 

prc012ต้นกล้าข้าวขาดน้ำ จากปัญหาแดดจัด เกษตรกรรดน้ำไม่เพียงพอหรือรดน้ำไม่สม่ำเสมอ

prc013ถาดเพาะกล้าข้าวที่วางที่แนบสนิทกับพื้น มักประสบปัญหาดินเพาะแห้งเร็ว ต้นกล้าก็จะเจริญเติบโตไม่ดี หรือตายไป

prc014แปลงเพาะกล้าข้าวรองพื้นด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก จะได้ต้นกล้าข้าวที่สวยงามแข็งแรงมาก


prc015นางประพาต แก้วจันทร์ ประธานศูนย์ข้าวชุมชนตำบลแวงใหญ่ (บ้านบะแค) สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประเภทศูนย์ข้าวชุมชนดีเด่น ประเภทข้าวทั่วไป (ข้าวเหนียว) ร่วมจัดกิจกรรมแปลงสาธิตการโยนกล้าข้าวในบริเวณแปลงนาสาธิตของศูนย์ข้าวชุมชนเป็นประจำทุกปี

ตารางเปรียบเทียบต้นทุน (บาท/ไร่) ของการปลูกข้าวหอมมะลิ ด้วยวิธีการปลูกแบบต่างๆ