จังหวัดขอนแก่นมีพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด 123,020 ไร่ เกษตรกร 14,425 ราย โดยแบ่งเป็นในเขตชลประทาน 84,767 ไร่ นอกเขตชลประทาน 38,263 ไร่ ใน 15 อาเภอ พื้นที่ปลูกมากที่สุดได้แก่ อาเภอเมืองขอนแก่น 51,540ไร่ รองลงมาอาเภอน้าพอง 49,129 ไร่ และอาเภอบ้านแฮด 4,950 ไร่ ตามลาดับ (ที่มา: สำนักงานเกษตรจังหวัดขอนแก่น มี.ค.61)

มี 4 ชนิดได้แก่ 1.1 หนอนกอข้าวสีครีม (yellow stem borer) 1.2 หนอนกอแถบลาย (striped stem borer) 1.3 หนอนกอแถบลายสีม่วง (dark-headed stem borer) 1.4 หนอนกอสีชมพู (pink stem borer)

ลักษณะการทำลาย

หนอนกอข้าวทั้ง 4 ชนิดทาลายข้าวลักษณะเดียวกันโดยหลังหนอนฟักจากไข่ จะเจาะเข้าทาลายกาบใบก่อน ทาให้กาบใบมีสีเหลืองหรือสีน้าตาล ซึ่งจะเห็นเป็นอาการช้าๆ เมื่อฉีกกาบใบดูจะพบตัวหนอน เมื่อหนอนโตขึ้นจะเข้ากัดกินส่วนของลาต้น ทาให้เกิดอาการใบเหี่ยวในระยะแรก ใบและยอดที่ถูกทาลายจะเหลืองในระยะต่อมา ซึ่งการทาลายในระยะข้าวแตกกอนี้ทาให้เกิดอาการ “ยอดเหี่ยว” (deadheart) ถ้าหนอนเข้าทาลายในระยะข้าวตั้งท้องหรือหลังจากข้าวออกรวงจะทาให้เมล็ดข้าวลีบทั้งรวง และรวงข้าวมีสีขาวเรียกอาการนี้ว่า“ข้าวหัวหงอก” (whitehead)

การเฝ้าระวังและการป้องกันกาจัด

1.หมั่นสารวจแปลงข้าวอย่างสม่าเสมอ

2.เผาตอซังหลังการเก็บเกี่ยว ไขน้าท่วมและไถดินเพื่อทาลายหนอนและดักแด้ของหนอนกอข้าวที่อยู่ตามตอซัง

3.ปลูกพืชอื่นเพื่อตัดวงจรชีวิตของหนอนกอข้าว ปลูกพืชหมุนเวียน

4.ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป ทาให้ใบข้าวงามหนอนกอชอบวางไข่

5.ใช้แสงไฟล่อตัวเต็มวัยและทาลาย เมื่อมีการระบาดรุนแรง

6.เมื่อพบอาการข้าวยอดเหี่ยวในระยะข้าวอายุ 3 - 4 สัปดาห์ หลังหว่าน/ปักดาในระดับ 10 - 20 % ให้ใช้สารชนิด พ่นน้า เช่น คลอร์ไพริฟอส (ลอร์สแบน 20% อีซี) อัตรา 80 มล.ต่อน้า 20 ลิตร พ่นให้ทั่วแปลงเพียงครั้งเดียว

ลักษณะการทำลาย

ทำลายต้นข้าวในทุกระยะของการเจริญเติบโต เช่นระยะกล้า ระยะแตกกอ ระยะออกรวง ตั้งแต่ตัวอ่อนจนถึงตัวเต็มวัยสามารถทาลายต้นข้าวได้อย่างรุนแรง โดยการดูดกินน้าเลี้ยงจากต้นข้าว ทาให้ต้นข้าวมีอาการใบเหลืองเหี่ยวแล้ว แห้งเป็นสีน้าตาลแก่คล้ายน้าร้อนลวกที่เรียกว่า hopper burn ต้นกล้า และต้นข้าวที่กาลังแตกกอที่ถูกทาลายจะแห้งตาย ต้นข้าวที่ออกรวงแล้วจะมีเมล็ดไม่สมบูรณ์และมีน้าหนักเบาล้มง่ายประชากรเพลี้ยกระโดดสีน้าตาลพบมากในพันธุ์ข้าวที่ต้นเตี้ยและแตกกอมาก เนื่องจากมีจานวนต้นข้าวให้แมลงดูดกินมาก และจะระบาดรุนแรงในระหว่างเดือนที่มีอากาศร้อนความชื้นสูง นอกจาการทาลายข้าวโดยตรงแล้วแมลงชนิดนี้ยังเป็นพาหะนาโรคใบหงิก (ragged stunt) และโรคเขียวเตี้ย (grassy stunt) มาสู่ต้นข้าว เป็นสาเหตุทาให้ผลผลิตข้าวลดลงอย่างมาก

การเฝ้าระวังและการป้องกันกำจัด

1.ปลูกข้าวพันธุ์ต้านทาน เช่น กข6 กข31กข41 กข47 สุพรรณบุรี 2 สุพรรณบุรี 3 สุพรรณบุรี 90 พิษณุโลก 2 และไม่ควรปลูกพันธุ์เดียวติดต่อกันเกิน 4 ฤดูปลูก ควรปลูกสลับกันระหว่างพันธุ์ต้านทานสูง กับพันธู์ต้านทานสูง กับพันธุ์ทนทานหรือพันธุ์อ่อนแอปานกลางโดยพิจารณาอายุเก็บเกี่ยวให้ใกล้เคียงกันเพื่อลดความเสียหายเมื่อเกิดการระบาดรุนแรง

2.สารวจแปลงอย่างสม่าเสมอ เพื่อนาองค์ประกอบต่างๆ ของระบบนิเวศในแปลงนานามาวิเคราะห์ ตัดสินใจด้วยตนเองในการจัดการแปลงจากสถานการณ์จริง

3.ในแหล่งที่มีการระบาดและควบคุมระดับน้าในนาได้หลังปักดาหรือหว่าน 2 - 3 สัปดาห์จนถึงระยะตั้งท้องควบคุมน้าในแปลงนาให้พอดินเปียกหรือมีน้าเรี่ยผิวดินนาน 7-10 วัน แล้วปล่อยขังทิ้งไว้ให้แห้งเองสลับกันไป จะช่วยลดการระบาดได้

4.ใช้เชื้อราบิวเวอเรีย (เชื้อสด) อัตรา 1 กก. (2ถุง)ต่อน้า 20 ลิตร ฉีดพ่นในบริเวณที่พบเพลี้ยกระโดดสีน้าตาลและควรฉีดพ่นในเวลาเย็น

5.หากมีความจาเป็นต้องใช้สารเคมีที่แนะนาสาหรับข้าวระยะกล้าถึงแตกกอ (อายุ 30 - 45 วัน) - บูโพรเฟซิน 25 % WP 10 กรัมต่อน้า 20 ลิตร - บูโพรเฟซิน 10 % WP 25 กรัม/น้า 20 ลิตร - บูโพรเฟซิน 5 % WP + ไอโซโปรคาร์บ 20 % WP 50 กรัมต่อน้า 20 ลิตร

ลักษณะการทำลาย/แพร่ระบาด

การระบาดในระยะกล้าถึงแตกกอจะพบใบมีแผล จุดสีน้าตาลคล้ายรูปตา มีสีเทาอยู่ตรงกลางแผล ความกว้างของแผลประมาณ 2 - 5 มม. และความยาวประมาณ 10 - 15 มม. แผลสามารถขยายลุกลามและกระจายทั่วบริเวณใบถ้าโรครุนแรงกล้าข้าวจะแห้งฟุบตาย อาการคล้ายถูกไฟไหม้

การเฝ้าระวังและการป้องกันกำจัด

1.สารวจแปลงนา อย่างสม่าเสมอถ้าพบอาการของโรคไหม้ข้าวควรให้ปฏิบัติดังนี้

1.1 ใช้เชื้อบีเอส (บาซิลลัส ซับทีลิส) พ่นอัตราตามคาแนะนาในฉลาก
1.2 ใช้เชื้อไตรโครเดอร์มาอัตรา 1 กก./น้า 200 ลิตรพ่น

2.ถ้ามีความจาเป็นให้ใช้สารเคมีพ่นเฉพาะจุดที่พบการระบาดเพื่อควบคุมไม่ให้เชื้อราแพร่กระจายขยายเป็นวงกว้าง
ออกไป สาหรับสารเคมีที่ใช้ ได้แก่ - อิดิเฟนฟอส 50 % อีซี อัตรา 20 - 25 ซีซี ผสมน้้า 20 ลิตร - บลาสติซิดิน - เอส 2 % อีซี อัตรา 20 - 25 ซีซี ผสมน้้า 20 ลิตร - ไตรไซคราโซล 75 % ดับบลิวพี อัตรา 10 - 16 กรัม ผสมน้้า 20 ลิตร ควรพ่นในแปลงข้าวที่มีประวัติว่าเคยมีโรคระบาดมาก่อนการใช้สารเคมีพ่นซ้้ากันหลายครั้ง เชื้อราจะต้านทานสารเคมีหรือดื้อยา ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อราต้านทานสารเคมี จึงควรเลือกใช้สารเคมีบางชนิดพ่นสลับกันทั้งนี้ในการใช้สารเคมีควรใช้ ด้วยความระมัดระวัง และค้านึงถึงความปลอดภัยต่อตัวผู้ใช้และสภาพแวดล้อม

3.หว่านเมล็ดพันธุ ในอัตราที่เหมาะสม 15 –20 กิโลกรัมต่อไร่ ควรแบ่งแปลงให้มีการถ่ายเทอากาศได้ดี

4.คลุกเมล็ดพันธุ์ ด้วยสารป้องกันก้าจัดเชื้อราเช่น ไตรไซคลาโซล คาซูกาไมซิน คาร เบนดาซิม โพรคลอราซ อัตราตามค้าแนะน้าในฉลาก

โรคไหม้ข้าว


 เผยแพร่โดย กลุ่มถ่ายทอดวิทยาการผลิตเมล็ดพันธุ์ดี ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวขอนแก่น | 27 มีนาคม 2561